ยาไมเกรนที่คุณกินอยู่ ปลอดภัยหรือไม่ !!!

migrain-mccormickhospital 28f7d

 

ไมเกรน (Migraine)

เป็นโรคปวดศีรษะที่พบได้บ่อยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สาเหตุเชื่อว่าอาจมีจุดกำเนิดจากก้านสมองที่ทำงานผิดปกติหรือเกิดจากภาวะที่สารเคมีในสมองไม่สมดุล ส่งผลให้หลอดเลือดสมองมีความไวต่อการกระตุ้นมากเป็นพิเศษ คือมีการหดและขยายตัวของหลอดเลือดผิดปกติ

   
 การรักษาไมเกรนหลักๆ

ได้แก่การให้ยา ซึ่งแบ่งเป็นยาสำหรับรักษาอาการ (Abortive drugs) และยาสำหรับป้องกันอาการ (Preventive drugs) ยาที่พบว่ามีการใช้บ่อยและมีข้อควรระวังในการใช้ยาค่อนข้างมากคือ ergotamine ซึ่งใช้ในการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนเฉียบพลัน ergotamine มีชื่อทางการค้าเช่น cafergot, avamigrain, tofago หรือ polygot การรับประทานยา ergotamine ติดต่อกันไปเรื่อยๆจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูง และเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดในสมองแตกได้ นอกจากนี้การใช้ ergotamine ติดต่อกันนานๆยังสัมพันธ์กับการเกิดภาวะเป็นพิษ และแม้จะรับประทานยา ergotamine ในขนาดต่ำ แต่ได้รับร่วมกับยาที่ส่งเสริมฤทธิ์เช่น ยาปฏิชีวะนะกลุ่ม macrolide, ยารักษาเชื้อรา, ยาต้านไวรัส HIV  ก็สามารถทำให้เกิดภาวะเป็นพิษได้

 

   อาการแสดงของภาวะเป็นพิษแบ่งได้เป็น 3 ประเภท  

  1. อาการทางระบบประสาทเช่น ปวดศีรษะ, ชัก
  2. อาการทางระบบทางเดินอาหารเช่น คลื่นไส้ อาเจียน, ปวดท้อง, ท้องเสีย
  3. อาการทางหลอดเลือดที่ก่อให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดส่วนปลายและกระตุ้นการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน (peripheral vasospasm and thrombosis) ถ้าเป็นมากอาจเกิดการเน่าตาย (gangrene) ของอวัยวะนั้นได้
         ซึ่งการรักษาภาวะ ergotism ปัจจุบันยังไม่ชัดเจน การใช้ยากลุ่ม ergotamine จึงมีข้อควรระวังและข้อห้ามค่อนข้างมากปัจจุบันไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยไมเกรนชนิดเฉียบพลันแล้ว หนทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากยา ergotamine ได้ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา รับประทานยาอย่างถูกต้อง และเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
 

e7a84

พญ.นิติภรณ์ แจวจันทึก  
อายุรแพทย์ศาสตร์ประสาทวิทยา โรงพยาบาลแมคคอร์มิค

 










 

การรักษาริดสีดวงแบบใหม่ ปลอดภัย โดยใช้เครื่องตัดเย็บอัตโนมัติ

DR001-A a120e

บทความ โดย  นพ. อาณัติ วณิชชากร  
ศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค
(053) 921777 ต่อ 1542  1399  1110

 

 

Pain-Itching-Bleeding 5523d

  “ริดสีดวงทวาร” เป็นโรคที่พบบ่อย ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือดแดงสด หรือมีก้อนโผล่ขณะถ่ายอุจจาระโดยเชื่อว่าริดสีดวงทวารเกิดจากการหย่อนตัวหรือฉีกขาดของเนื้อเยื่อสำหรับการดึงรั้งเยื่อบุผิวทวารหนัก ทำให้ริดสีดวงทวารหย่อนโผล่ออกมาภายนอก โดยทฤษฏีใหม่ล่าสุด ของการเกิดริดสีดวงทวารหนักนั้น เชื่อว่าการเบ่งอุจจาระแรงมากๆ ภาวะท้องผูก ความดันจากการเบ่งที่สูงขึ้น และอุจจาระก้อนใหญ่จะดันให้เบาะรองเลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนยื่นออกนอกทวารหนัก เรียกริดสีดวงทวารหนักชนิดภายใน (Internal  Hemorrhoid)

อ่านเพิ่มเติม: การรักษาริดสีดวงแบบใหม่ ปลอดภัย โดยใช้เครื่องตัดเย็บอัตโนมัติ