

:::
::: ::: ::: :::
::: ::: ::: ::: |
แผลไฟไหม้
น้ำร้อนลวก |
แผลไฟไหม้
น้ำร้อนลวก |
เป็นเรื่องปกติที่คนเราคงเคยเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับของร้อน ของลวก ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุภายในบ้านในชีวิต ประจำวัน เช่น โดนความร้อนจากเตาไฟ เตารีด ท่อไอเสีย เผลอไปจับภาชนะร้อนเข้าไม่ทันระวังตัว น้ำร้อนลวกตลอด จนอุบัติเหตุใหญ่ ๆ เช่น ไฟไหม้ต่าง ๆ เมื่อผิวโดนความร้อนจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่โดนนั้นแสบไม่น้อยเลย เกิดเป็นแผลพุพอง ถ้าแผลเล็ก ๆ ก็หายเร็ว ถ้าแผลพื้นที่กว้าง คงต้องรักษากันให้ดี ๆ เลย เพราะถ้าดูแลรักษาไม่ดี ไม่สะอาดพอ เกิดติดเชื้อขึ้นมาก็คงเป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องรักษากันนาน |
|||||
![]() |
|||||
| ปฏิกิริยาเมื่อผิวหนังโดนความร้อน | |||||
| ชั้นที่ 1 ผิวหนังชั้นนอกบริเวณที่โดนความร้อนจะแดง | |||||
| ชั้นที่ 2 ทั้งผิวหนังชั้นนอกและชั้นในที่ถูกความร้อนจะพองตัวออกมา ประสาทส่วนปลายจะแสดงปฏิกิริยาทำให้ | |||||
| ผิวนั้นขยายตัวออกมีอากาศเป็นโพรงโป่งขึ้น ทำให้มีน้ำเข้ามาขังอยู่ | |||||
| ชั้นที่ 3 ผิวหนังทั้งสองชั้นจะถูกทำลายเป็นรอยไหม้หรือเป็นรอยสีขาว หากว่าเส้นประสาทบริเวณนี้ถูกทำลาย | |||||
| ไปด้วยผิวบริเวณนี้อาจจะรู้สึกเจ็บแสบไม่เท่าไร | |||||
| ทำอย่างไรเมื่อโดนไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวก ? | |||||
| 1. รีบเอาตัวต้นเหตุออกไปจากตัว | ![]() |
||||
| โดนน้ำร้อนลวก เช่น ถ้าเสื้อผ้าถูกราดด้วยน้ำร้อนให้รีบตัดหรือถอดเสื้อผ้านั้นออก | |||||
| อย่างรวดเร็วที่สุด หรือถ้าไม่สามารถถอดออกได้ให้รีบราดน้ำเย็นซ้ำลงไปทันที | |||||
| โดนไฟไหม้ในกรณีที่เสื้อผ้าติดไฟ ให้รีบราดด้วยน้ำ หรือผ้า ไม่มีน้ำให้รีบนอน | |||||
| ลงกับพื้น แล้วหมุนตัวกับพื้นไปมาเพื่อกลบดัีบไฟที่ติดเสื้อผ้า | |||||
| 2. รีบลดอุณหภูมิของผิวให้เร็วที่สุด | ![]() |
||||
| ลดอุณหภูมิของผิวบริเวณที่โดนความร้อนนั้นด้วยความเย็น เพราะว่าถ้าคุณไม่รีบ | |||||
| ลดอุณหภูมิลง ผิวบริเวณนั้นก็จะขยายตัวพองกว้างขึ้นจนกว่าจะเย็นตัวลงเอง การ | |||||
| เพิ่มความเย็นให้ผิวหนังทำได้โดยใช้น้ำยาราด หรือใช้น้ำแข็งห่อในผ้าสะอาดนำ | |||||
| ประคบไว้ ที่แน่ ๆ ห้ามเผลอไปหยิบสิ่งของเย็น ๆ เช่น อาหารกล่อง เนยก้อนเย็น ๆ | |||||
| ในตู้เย็นมาประคบแผลเป็นอันขาด เพราะว่าอาจจะทำให้แผลติดเชื้อได้ | |||||
| 3. ทำความสะอาดผิวบริเวณที่โดนไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก | ![]() |
||||
| ถอดหรือตัดเสื้อผ้าบริเวณที่โดนความร้อนนั้นออก แล้วให้ล้างด้วยสบู่อ่อน ๆ และ | |||||
| น้ำที่สะอาด ที่สำคัญอย่าไปขัดถูผิวบริเวณที่พุพองให้แตกออก หรือเป็นแผลกว้่าง | |||||
| ขึ้น เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ง่ายและเกิดแผลพุพอง | |||||
| 4. พันแผลให้สะอาดไว้ก่อน | ![]() |
||||
| หลังจากทำความสะอาดแล้วให้ใช้ผ้ากลอสหรือสำลีสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อ เช็ดแผล | |||||
| ให้แห้ง จากนั้นปิด หรือพันแผลด้วยผ้ากลอสปราศจากเชื้อ เพื่อปกป้องผิวที่โดนไฟ | |||||
| ไหม้ น้ำร้อนลวกให้สะอาด หรือในกรณีที่แผลเล็ก อาจเยียวยาแผลไฟไหม้ น้ำร้อน | |||||
| ลวกด้วยยาสมานแผลสำหรับแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือใช้วุ้นว่านหางจระเข้ที่ล้าง | |||||
| สะอาด ปราศจากยางปิดแผลไว้ครู่ใหญ่ ก็จะลดอาการลงได้มาก | |||||
| ควรไปพบแพทย์เมื่อ ? | |||||
| มีอาการช็อค | |||||
| มีอาการขาดน้ำ ในกรณีที่แผลไฟไหม้มาก จะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากด้วย | |||||
| แผลมีบริเวณกว้าง เจ็บปวด อักเสบบวมแดง พุพองมาก | |||||
| มีไข้ขึ้นมากกว่า 38 องศาเซลเซียส | |||||
| บริเวณที่โดนเป็นอวัยวะสำคัญ เช่น ศีรษะ คอ ใบหน้า แผ่นหลัง เป็นต้น | |||||
| ผู้ที่โดนเป็นผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี | |||||
| ในคนที่มีโรคประจำตัวที่อาจมีผลต่อเนื่อง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง | |||||
| Health Today, June 2003 | |||||
www.mccormick.in.th |