:::   :::   :::   :::   :::   :::   :::   :::   :::
วัณโรค หรือ TB (tuberculosis)

 
วัณโรค หรือ TB (tuberculosis)

   

                 วัณโรค หรือ TB (tuberculosis) มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า
 Mycobacterium tuberculosis ค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2415 โดย Dr.Robert Koch
 การดำเนินของโรคโดยส่วนมากมักจะทำให้เกิดโรคขึ้นที่ปอด แต่ก็อาจทำให้เกิดโรคที่ 
 
อวัยวะส่วน  อื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน เช่น ที่ต่อมน้ำเหลือง กระดูก ตับ ลำไส้ หรือที่เยื่อหุ้ม
สมองซึ่งจะพบได้น้อย เชื้อวัณโรคมีความทนทานต่อความแห้งและร้อนได้นาน เมื่อออก
จากร่างกายของผู้มีเชื้อ   การติดต่อกันนั้นสามารถติดต่อได้ทางลมหายใจที่สูดเอาเชื้อที่
ออกมาจากเสมหะ น้ำลายจากการไอ จาม หรือ น้ำหนองของผู้ที่มีเชื้อเข้าไป
 อาการ   เมื่อติดเชื้อวัณโรค ได้แก่ มีไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืน ไอ (มีอาการมากว่า 2
อาทิตย์ขึ้นไป)  น้ำหนักลด เสมหะมีเลือดปน  ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์
ตรวจวินิจฉัย นอกจากนี้เชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium  bovis  ยังอาจทำให้เกิด
วัณโรคอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า  bovine tuberculosis ได้ ซึ่งติดต่อทางการดื่มนมที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อชนิดนี้  แต่
ปัจจุบันในประเทศที่มีมาตรฐานอาหารดี ไม่ค่อยพบ เนื่องจากกระบวนการพาสเจอไรซ์นม สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ต่าง ๆ ได้ค่อนข้างมั่นใจ

     
    วิธีป้องกันการระบาดของโรค
 

วิธีที่ดีที่สุด คือ หากพบว่ามีการติดเชื้อนี้ และได้รับการรักษาด้วยยา คุณจำเป็นต้องรับประทานยาให้ครบ
อย่างต่อเนื่อง ตามที่แพทย์สั่ง ไม่ว่าอาการต่าง ๆ จะไม่ปรากฎแล้วก็ตาม และที่สำคัญคือต้องไปพบแพทย์
ตามกำหนดนัดทุกครั้ง  เพื่อที่ดูอาการอย่างใกล้ชิด   วิธีการวินิจฉัยและติดตามผลทำได้โดยเอกซเรย์ปอด
หรือตรวจเสมหะ เพื่อเช็คว่าเชื้อแบคทีเรียหมดไปหรือยัง  การรักษาวัณโรคให้หายขาดนั้น เป็นไป
ได้แต่ใช้ระยะเวลานานเป็นปี จึงต้องอดทนและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงมีอนามัยอย่างเคร่ง
ครัด
การไม่รับประทานยาจนครบกำหนดที่แพทย์สั่ง เท่ากับจะยิ่งทำให้เชื้อวัณโรคดื้อยา ทำให้รักษายาก
ยิ่งขึ้น ต้องรักษายาวนาน โอกาสที่ใช้ยาได้ผลน้อยลง ทำให้การรักษาไม่ได้ผลดี สำหรับการป้องกันโรคนั้น
ปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนให้กับทารกหลังคลอด สำหรับผู้ใหญ่นั้น ก็สามารถฉีดป้องกันได้ตามโรงพยาบาล
ทุกแห่ง

     
    สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของวัณโรค
 

หากรักษาตัวในโรงพยาบาล ผู้ที่มีอาการของวัณโรคจะต้องพักอยู่ในห้องที่แยกออกเป็นพิเศษในโรงพยาบาล
ห้องที่มีระบบไหลเวียนอากาศที่ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรค และควรอยู่ในห้องตลอดเวลา ส่วน
บุคคลที่คอยดูแลก็ต้องสวมหน้ากากเพื่อป้องกันเชื้อด้วย  ถ้าต้องการรักษาตัวอยู่ที่บ้าน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ
การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง ต้องใช้กระดาษทิชชูปิดปากไว้ทุกครั้งที่ไอ จาม หรือหัวเราะ
และต้องทิ้งกระดาษที่ใช้แล้วลงในถึงที่ปิดสนิท หยุดไปทำงานหรือไปโรงเรียน และควรแยกตัวเองออกจาก
ผู้อื่น นอนพักให้องที่อยู่ห่างจากสมาชิกในครอบครัว พยายามเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
เนื่องจากเชื้อ TB สามารถแพร่กระจายในห้องปิด  อากาศไม่หมุนเวียน โดยอาจใช้พัดลมดูดอากาศออกไป
ข้างนอก

     
    วัณโรคติดต่อได้ทางลมหายใจ
 

เชื้อวัณโรคติดต่อไปสู่ผู้อื่นได้จากการไอ จาม หรือทางเสมหะ โดยผู้ที่มีเชื้อวัณโรคอยู่ที่ปอดสามารถแพร่
กระจายเชื้อไปให้ผู้อื่นได้จากการอยู่ใกล้ชิดได้ถึง  10-15 คน แต่ส่วมมากเชื้อไวรัสจะหยุดการแพร่กระจาย
หลังได้รับการรักษาไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์
เชื้อวัณโรคติดต่อกันได้ทางลมหายใจ แต่ไม่ติดต่อทางการสัมผัสด้วยมือ จาน ชาม หรือเครื่องใช้อื่น ๆ โดย
ผู้ที่รับประทานยารักษามาแล้วเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ อาจไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นได้ ซึ่งแพทย์
จะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะอนุญาตให้กลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามปกติ

     
    ใครบ้างที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
            ผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อและป่วยเป็นวัณโรค ถ้าอยู่ในบริเวณที่มีการแพร่กระจายของเชื้อ ได้แก่
 
1..
ผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรค
 
2.
เด็ก
 
3.
ผู้สูงอายุ
 
4.
ผู้เป็นโรคเบาหวาน
 
5.
ผู้ที่รับประทานยาสเตียรอยด์
 
6.
ผู้ที่มีผลเลือดบวก คือติดเชื้อ HIV
 
7.
ผู้ที่อาศัยอยู่ในแหล่งชุมชนแออัด และสุขอนามัยไม่ดี
 
8.
ผู้ติดยาเสพติด หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
 
9.
ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง
 
 
 

หากใครที่มีอาการน่าสงสัยดังที่แนะนำไว้ข้างต้น อย่าชะล่าใจที่จะนำพาตัวคุณเองไปตรวจเช็คกับแพทย์
เพราะรักษาเร็วก็จะยิ่งง่าย และหายขาดเร็ว สำหรับคนทั่วไป การรักษาสุขภาพร่างกายให้ดีอยู่เสมอ เพื่อ
ภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง เป็นความจำเป็นอย่างมากสำหรับชีวิต
สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่เพิ่งมีทารกน้อย อย่าลืมนำลูกรักของคุณไปฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคสำหรับทารก
หลังคลอด ส่วนผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ นั้นก็ป้องกันได้เช่นกันด้วยการฉีดป้องกันได้ตามโรงพยาบาลทุกแห่ง

     
      Health today ปีที่ 3 ฉบับที่ 27 เดือนมิถุนายน 2546
     
   
       

 
www.mccormick.in.th